กระทรวงสาธารณสุขของเบลเยียมออกแถลงการณ์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ยืนยันการพบผู้ป่วยโควิด-19 จากการติดเชื้อไวรัสโคโรนากลายพันธุ์ โอไมครอน เป็น “หญิงสาวคนหนึ่ง” ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน แสดงอาการป่วยเมื่อวันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา คำนวณแล้วเป็นเวลา 11 วัน หลังเดินทางกลับจากอียิปต์และมีการแวะเปลี่ยนเครื่องบินที่ตุรกี และผลตรวจอย่างละเอียดจากห้องปฏิบัติการในเวลาต่อมา ปรากฏว่า เธอติดเชื้อไวรัสโอไมครอน หรือ บี.1.1.529

ขณะที่นายกรัฐมนตรีอเล็กซานเดอร์ เดอ ครู ยกระดับมาตรการควบคุมทางสังคมขึ้นอีกขั้น เมื่อเบลเยียมเป็นประเทศแรกในทวีปยุโรป ที่มีการพบผู้ป่วยโควิด-19 จากเชื้อไวรัสโอไมครอน โดยสั่งปิดสถานบันเทิงยามราตรีทั้งหมด ร้านอาหารและบาร์ให้บริการลูกค้าได้สูงสุด 6 คน ต่อ 1 โต๊ะ และต้องปิดบริการภายในเวลา 23.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยคำสั่งล่าสุดของผู้นำเบลเยียมมีผลบังคับใช้อย่างน้อย 3 สัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 27 พ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น

ทั้งนี้ เพียง 1 สัปดาห์ก่อนหน้านั้น รัฐบาลเบลเยียมกลับมาบังคับใช้มาตรการสวมหน้ากากอนามัยในสถานที่สาธารณะ การทำงานจากที่บ้านให้มากที่สุด และเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจเอกสารยืนยันการฉีดวัคซีนโควิด-19 สร้างความไม่พอใจให้แก่ประชาชนบางส่วน ซึ่งออกมาประท้วงต่อต้านเป็นระยะ